Industryโซลาร์เซลล์โซลาร์รูฟท็อปLead คุณภาพ

ยิงแอดโซลาร์รูฟท็อปให้ได้เจ้าของบ้านที่พร้อมติดตั้ง ไม่ใช่แค่อยากรู้ราคา

คู่มือยิงแอดสำหรับบริษัทติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่เบื่อ Lead ถามราคาแล้วหาย ตั้งแต่นิยามลีดพร้อมติดตั้งด้วยการเป็นเจ้าของบ้าน ค่าไฟต่อเดือน ประเภทหลังคา และวิธีชำระเงิน ไปจนถึง Funnel จองสำรวจหน้างาน ครีเอทีฟที่คำนวณการประหยัดแบบตัวอย่างสมมติ ความน่าเชื่อถือ ตรรกะช่วงรายได้ การติดตาม และการวัดผลด้วยต้นทุนต่อการติดตั้ง

OG Solution Team17 กันยายน 2569 13 นาที
TL;DR · สรุปสั้นๆ
  • Lead โซลาร์ที่มีค่าต้องผ่าน 4 เรื่องก่อนนัดสำรวจ: เป็นเจ้าของบ้านหรือมีอำนาจตัดสินใจ ค่าไฟต่อเดือนถึงเกณฑ์ หลังคาเหมาะสม และมีทางชำระเงินที่เป็นไปได้
  • เปลี่ยนเป้าหมายของแอดจากการได้เบอร์หรือแชทราคาถูก เป็นการได้นัดสำรวจหน้างานที่ผ่านเกณฑ์ แล้วส่งข้อมูลนั้นกลับเข้าระบบโฆษณา
  • ครีเอทีฟเรื่องการประหยัดค่าไฟต้องเป็นตัวอย่างคำนวณแบบสมมติที่บอกสมมติฐานชัด ไม่ใช่คำสัญญาว่าจะประหยัดเท่าไร
  • ความน่าเชื่อถือมาจากเงื่อนไขรับประกันที่เขียนชัดตามนโยบายของผู้ติดตั้งเอง ใบรับรองที่มีจริง และขั้นตอนทำงานที่โปร่งใส
  • ช่วงรายได้ช่วยเลือก Seed ให้ตรงกับความสามารถในการจ่ายเงินก้อนหรือผ่อน ใช้ชุดคัดกรองรายได้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike ได้

ทำไมแอดโซลาร์รูฟท็อปได้แต่คนอยากรู้ราคา

ธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจำนวนมากเจอรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ ยิงแอดเรื่องค่าไฟแพงแล้วมีคนทักมาเยอะ แต่ครึ่งหนึ่งถามแค่ว่าติดเท่าไร อีกส่วนอยู่คอนโดหรือบ้านเช่า บางคนค่าไฟต่อเดือนน้อยเกินกว่าที่ระบบจะคุ้ม และคนที่ตอบครบทุกข้อก็ยังต้องรอคุยกับคนในบ้านอีกหลายสัปดาห์ ทีมขายใช้เวลาทั้งวันตอบแชท แต่นัดสำรวจหน้างานจริงได้ไม่กี่ราย

สาเหตุหลักคือเรื่องค่าไฟเป็นความเจ็บปวดของคนเกือบทุกบ้าน แอดที่พูดว่าลดค่าไฟจึงดึงดูดคนกว้างมาก ทั้งคนที่ติดตั้งได้และคนที่ติดตั้งไม่ได้ ถ้าเป้าหมายของแคมเปญคือข้อความหรือ Lead ที่ถูกที่สุด ระบบโฆษณาก็จะหาคนที่ทักง่ายที่สุดให้ ซึ่งมักไม่ใช่เจ้าของบ้านที่มีหลังคาเหมาะและพร้อมจ่าย

การแก้จึงไม่ใช่ทำแอดให้คนทักมากขึ้น แต่คือทำให้คนที่ไม่เหมาะไม่ทักตั้งแต่ต้น และทำให้คนที่เหมาะตัดสินใจนัดสำรวจได้ง่ายขึ้น บทความนี้เป็นเรื่องฝั่งการยิงแอดและการคัดกรอง ส่วนการคำนวณความคุ้มค่าแบบละเอียด สามารถอ่านต่อได้จากคู่มือ ROI โซลาร์เซลล์ที่ลิงก์ไว้ด้านล่าง

ต้นทุนที่แพงที่สุดของธุรกิจโซลาร์ไม่ใช่ค่าแอดต่อ Lead แต่คือเวลาของทีมขายและทีมสำรวจที่หมดไปกับบ้านที่ไม่มีวันติดตั้งได้

นิยามลีดพร้อมติดตั้ง: 4 เกณฑ์ที่ต้องรู้ก่อนนัดสำรวจ

ก่อนแก้แอด ให้ทีมขายและทีมการตลาดตกลงกันให้ชัดว่า Lead แบบไหนที่คุ้มกับการส่งทีมไปสำรวจ ถ้าไม่มีนิยามร่วมกัน การตลาดจะรายงานว่า Lead ถูกลง ส่วนทีมขายจะบ่นว่า Lead แย่ลง ทั้งที่มองตัวเลขคนละชุด เกณฑ์ที่ใช้ได้กับบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่มี 4 เรื่อง

  • สิทธิ์ในบ้าน: เป็นเจ้าของบ้านหรือเป็นคนในครอบครัวที่มีอำนาจตัดสินใจ ไม่ใช่ผู้เช่าหรือผู้อยู่อาศัยในคอนโด (ซึ่งมักต้องขออนุญาตนิติบุคคล)
  • ค่าไฟต่อเดือน: ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ระบบขนาดเล็กที่สุดของคุณเริ่มคุ้ม ตัวเลขนี้ต้องมาจากการคำนวณของบริษัทคุณเอง และควรถามเป็นช่วงแทนตัวเลขเป๊ะ
  • ประเภทและสภาพหลังคา: ชนิดวัสดุ อายุหลังคา ทิศทาง และมีเงาบังจากตึกหรือต้นไม้หรือไม่ ขอให้ส่งรูปหลังคาหรือพิกัดบ้านช่วยคัดกรองก่อนนัดได้มาก
  • วิธีชำระเงิน: จ่ายเงินก้อน ผ่อนผ่านบัตรหรือสถาบันการเงิน หรือยังไม่แน่ใจ เพื่อให้เสนอทางเลือกได้ตรงตั้งแต่แรก
  • เกณฑ์เสริม: ช่วงเวลาที่อยากติดตั้ง และช่วงเวลาที่ใช้ไฟมาก เช่น มีคนอยู่บ้านกลางวันหรือทำงานที่บ้าน
แบ่ง Lead เป็น 3 ระดับให้ชัด: ผ่านครบพร้อมนัดสำรวจ, ผ่านบางข้อต้องคุยต่อ, และไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วนับต้นทุนแอดต่อ Lead ระดับบนสุดเป็นตัวเลขหลัก

ฟอร์มและแชทคัดกรอง: ถามให้พอดี ไม่ถามจนคนหนี

ฟอร์มที่สั้นที่สุดให้ Lead มากที่สุด แต่ไม่ได้ให้ Lead ที่ดีที่สุด สำหรับสินค้าที่ต้องสำรวจหน้างาน การเพิ่มคำถามคัดกรองที่ตรงประเด็น 3–5 ข้อ มักช่วยลดงานเปล่าของทีมขายได้มากกว่าที่เสียไปจากจำนวน Lead ที่ลดลง ถ้าใช้ Instant Form ของ Meta ลองตั้งค่าแบบที่ให้ผู้กรอกตรวจทานข้อมูลก่อนส่ง และใช้คำถามแบบตัวเลือกแทนการพิมพ์

ถ้ารับ Lead ผ่านแชท ให้ตั้งข้อความต้อนรับที่ถามเกณฑ์เดียวกันอย่างเป็นมิตร เช่น ให้เลือกช่วงค่าไฟ ประเภทที่อยู่อาศัย และส่งรูปบิลค่าไฟหรือรูปหลังคาได้ถ้าสะดวก ระวังเรื่องการขอข้อมูลส่วนบุคคลเกินจำเป็น และแจ้งวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลตาม PDPA ให้ชัด

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือโฆษณาที่พูดถึงสินเชื่อหรือการผ่อนชำระ นโยบายของ Meta มีหมวดโฆษณาพิเศษ (Special Ad Category) สำหรับบางประเภทธุรกิจ ซึ่งอาจจำกัดตัวเลือกกลุ่มเป้าหมาย ขอบเขตและการบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้ตามประเทศและช่วงเวลา จึงควรตรวจนโยบายล่าสุดก่อนเปิดแคมเปญที่เน้นข้อเสนอด้านการเงิน

  • ที่อยู่อาศัยของคุณเป็นแบบไหน: บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมที่เป็นเจ้าของ / บ้านเช่า / คอนโด
  • ค่าไฟโดยประมาณต่อเดือน: เลือกเป็นช่วงตามเกณฑ์ของบริษัทคุณ
  • หลังคาบ้านเป็นแบบไหน: ตัวเลือกตามชนิดหลังคาที่ทีมคุณติดตั้งได้ + ไม่แน่ใจ
  • สนใจชำระแบบไหน: เงินก้อน / ผ่อนชำระ / ขอดูทางเลือกก่อน
  • อยากติดตั้งภายในช่วงไหน: เร็วที่สุด / ภายในไม่กี่เดือน / ยังศึกษาข้อมูล

Funnel จองสำรวจหน้างาน: ให้การนัดเป็นเป้าหมายของแอด

ในธุรกิจโซลาร์ การนัดสำรวจหน้างานคือจุดที่ความตั้งใจของลูกค้ากลายเป็นการกระทำจริง เขาต้องสละเวลาอยู่บ้าน ให้คนแปลกหน้าขึ้นไปดูหลังคา และเริ่มคิดเรื่องเงินอย่างจริงจัง นี่จึงเป็น event ที่ใกล้ยอดขายกว่าการกรอกฟอร์มหรือการทักแชทมาก และเหมาะกว่าที่จะใช้เป็นสัญญาณให้ระบบโฆษณาเรียนรู้

เมื่อทีมขายบันทึกว่า Lead ไหนนัดสำรวจสำเร็จ และ Lead ไหนเซ็นสัญญา ให้ส่งสถานะเหล่านี้กลับเข้า Meta ผ่าน Conversion API หรือการเชื่อมต่อ CRM ที่รองรับ แล้วค่อย ๆ ปรับแคมเปญให้ optimize ไปที่ event ที่ลึกขึ้นเมื่อมีจำนวนมากพอ ระบบจะเริ่มเข้าใจว่าคนแบบไหนที่ไม่ได้แค่กรอกฟอร์ม แต่ไปถึงการนัดจริง

  • ขั้นที่ 1 แอด: บอกชัดว่าเหมาะกับบ้านแบบไหน และขั้นตอนถัดไปคือการสำรวจหน้างาน
  • ขั้นที่ 2 ฟอร์มหรือแชทคัดกรอง: เก็บเกณฑ์ 4 ข้อ พร้อมขอรูปบิลค่าไฟหรือหลังคาถ้าลูกค้าสะดวก
  • ขั้นที่ 3 โทรยืนยันภายในเวลาที่เร็วที่สุดที่ทีมทำได้: ประเมินเบื้องต้นและเสนอวันเวลาสำรวจ 2–3 ตัวเลือก
  • ขั้นที่ 4 ยืนยันนัดผ่าน LINE: ส่งชื่อทีม วันเวลา สิ่งที่ลูกค้าควรเตรียม เช่น บิลค่าไฟย้อนหลัง
  • ขั้นที่ 5 สำรวจและเสนอราคา: ส่งใบเสนอราคาพร้อมสมมติฐานการคำนวณที่ลูกค้าตรวจสอบได้
  • ส่ง event กลับ: Lead ผ่านเกณฑ์ → นัดสำรวจสำเร็จ → เซ็นสัญญา
ถ้าทีมยังตอบ Lead ไม่ทันในวันเดียวกัน อย่าเพิ่งเพิ่มงบ เพราะ Lead ที่รอนานมักไปคุยกับผู้ติดตั้งรายอื่นก่อน

ครีเอทีฟเรื่องการประหยัดค่าไฟ: ใช้ตัวอย่างคำนวณแบบสมมติ ไม่ใช่คำสัญญา

ตัวเลขการประหยัดเป็นสิ่งที่ดึงดูดที่สุดในแอดโซลาร์ และเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาได้มากที่สุดด้วย เพราะผลจริงขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ขนาดระบบ ทิศทางและเงาบนหลังคา สภาพอากาศ พฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวัน อัตราค่าไฟที่อาจเปลี่ยนในอนาคต และการดูแลระบบ การเขียนว่าประหยัดได้แน่นอนเดือนละเท่านั้นเท่านี้ จึงเสี่ยงทั้งต่อความเชื่อใจของลูกค้าและต่อการตรวจสอบโฆษณา

วิธีที่ปลอดภัยและน่าเชื่อกว่าคือแสดงเป็นตัวอย่างคำนวณที่บอกสมมติฐานชัดเจน เช่น สมมติบ้านหลังหนึ่งมีค่าไฟเดือนละ 5,000 บาท และสมมติว่าระบบที่ออกแบบเหมาะกับบ้านนี้ผลิตไฟทดแทนการใช้ช่วงกลางวันได้ราวหนึ่งในสามของบิล ค่าไฟส่วนที่ลดลงในตัวอย่างนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1,600–1,700 บาทต่อเดือน โดยต้องระบุกำกับว่า ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ผลจริงขึ้นกับการสำรวจหน้างานและการใช้ไฟของแต่ละบ้าน

ครีเอทีฟแบบนี้ยังช่วยคัดคนได้ด้วย บ้านที่ค่าไฟต่ำกว่าตัวอย่างมากจะเข้าใจเองว่าอาจไม่คุ้ม ส่วนบ้านที่ค่าไฟสูงและใช้ไฟกลางวันมากจะเห็นภาพตัวเองในตัวอย่าง การมีเครื่องคำนวณบนเว็บที่ให้ลูกค้ากรอกค่าไฟและเห็นผลแบบประมาณการทันที ก็เป็นอีกทางที่ช่วยให้คนที่ทักมาเข้าใจตัวเลขมากขึ้นก่อนคุยกับทีมขาย

  • มุมตัวอย่างคำนวณ: บิลสมมติ → ส่วนที่ลดลงแบบสมมติ → เชิญให้สำรวจเพื่อคำนวณของบ้านจริง
  • มุมใครเหมาะ ใครไม่เหมาะ: บอกตรง ๆ ว่าบ้านแบบไหนที่อาจยังไม่คุ้ม เพิ่มความน่าเชื่อถือและลดแชทที่ไม่ตรง
  • มุมขั้นตอนการทำงาน: วิดีโอสั้นตั้งแต่สำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง จนถึงการดูข้อมูลการผลิตไฟ
  • มุมหน้างานจริง: ภาพงานที่บริษัทติดตั้งเอง โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน ไม่ใช้ภาพสต็อกที่ดูเหมือนงานของตัวเอง
  • หลีกเลี่ยง: คำว่า ประหยัดแน่นอน ค่าไฟเป็นศูนย์ หรือคืนทุนเร็วแน่ ๆ รวมถึงการอ้างตัวเลขที่ไม่มีที่มา
อ่านต่อ: คู่มือคำนวณ ROI โซลาร์เซลล์ →
บริการของเรา · Premium Audience

ยิงแอดหากลุ่มที่มีกำลังซื้อจริง ตั้งแต่วันแรก

ชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองช่วงรายได้ 15,000–200,000 บาท/เดือน อายุ 25–50 ปี มากกว่า 20,000 คนต่อชุด แชร์เข้า Business Manager ของคุณเพื่อใช้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike — อัปเดตทุกไตรมาส

ความน่าเชื่อถือ: รับประกัน ใบรับรอง และความโปร่งใส

การติดตั้งโซลาร์เป็นการตัดสินใจที่มีมูลค่าสูง เกี่ยวกับหลังคาและระบบไฟฟ้าของบ้าน และต้องอยู่กับผู้ติดตั้งไปอีกหลายปี คำถามที่อยู่ในใจลูกค้าจึงไม่ใช่แค่ราคาเท่าไร แต่คือบริษัทนี้จะยังอยู่ไหมถ้ามีปัญหา หลังคาจะรั่วไหม และถ้าระบบผลิตไฟได้ไม่เป็นไปตามที่คาดจะทำอย่างไร ครีเอทีฟและหน้า landing ที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ มักเปลี่ยนคนลังเลให้กลายเป็นคนนัดสำรวจได้ดีกว่าการลดราคา

เรื่องที่ต้องระวังคือการสื่อสารเรื่องการรับประกัน ให้เขียนตามนโยบายของบริษัทคุณเองและตามเงื่อนไขของผู้ผลิตอุปกรณ์แต่ละรุ่นอย่างถูกต้อง แยกให้ชัดว่าอะไรรับประกันโดยผู้ผลิต อะไรรับประกันโดยผู้ติดตั้ง ครอบคลุมอะไร ไม่ครอบคลุมอะไร และมีระยะเวลาเท่าไร อย่ารวบเป็นคำเดียวที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด

  • เงื่อนไขรับประกันแบบอ่านเข้าใจง่าย: แยกอุปกรณ์ งานติดตั้ง และงานหลังคา ตามนโยบายจริงของบริษัท
  • ใบอนุญาตและใบรับรองที่บริษัทหรือทีมช่างมีจริง พร้อมวิธีให้ลูกค้าตรวจสอบได้
  • ขั้นตอนเรื่องเอกสารและการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง บอกว่าบริษัทช่วยดำเนินการส่วนไหน โดยแจ้งว่าเงื่อนไขของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง
  • ผลงานติดตั้งจริงพร้อมรายละเอียดทั่วไป เช่น ประเภทบ้านและหลังคา โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบ้าน
  • บริการหลังการขาย: ช่องทางแจ้งปัญหา ระยะเวลาตอบกลับตามมาตรฐานของบริษัท และการตรวจเช็กระบบ
ความโปร่งใสเรื่องสิ่งที่ไม่ครอบคลุม สร้างความเชื่อใจได้มากกว่าการเขียนว่ารับประกันทุกอย่าง

ช่วงรายได้กับความสามารถในการจ่าย: เลือก Seed ให้ตรงกับวิธีชำระ

โซลาร์รูฟท็อปสำหรับบ้านเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ลูกค้าจึงแบ่งคร่าว ๆ ได้เป็นกลุ่มที่จ่ายก้อนได้สบาย และกลุ่มที่อยากติดแต่ต้องดูเรื่องผ่อนชำระ การรู้ว่าสินค้าและข้อเสนอของคุณเหมาะกับกลุ่มไหน ช่วยให้เลือกกลุ่มเป้าหมายและข้อความได้ตรงขึ้น

ลองคิดด้วยตัวอย่างสมมติ สมมติระบบขนาดที่เหมาะกับบ้านทั่วไปของคุณมีราคารวม 180,000 บาท (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ราคาตลาด) ถ้าลูกค้าผ่อน 36 งวดโดยยังไม่คิดดอกเบี้ย จะตกงวดละ 5,000 บาท ซึ่งอาจหนักสำหรับครัวเรือนที่มีรายได้รวมต่ำ แต่พอรับได้สำหรับครัวเรือนที่มีรายได้สูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อค่าไฟส่วนที่ลดลงช่วยชดเชยค่างวดได้บางส่วน ส่วนลูกค้าที่รายได้สูงมากมักสนใจจ่ายก้อนและถามเรื่องคุณภาพอุปกรณ์มากกว่าค่างวด ตัวเลขจริงต้องใช้ราคาและเงื่อนไขการผ่อนของคุณเอง

เมื่อมองแบบนี้ ชุดกลุ่มเป้าหมายที่คัดกรองรายได้ช่วยได้ตรงจุด บริการ Premium Audience แบ่งเป็น 3 ช่วงรายได้ต่อเดือน คือ 15,000–50,000 บาท 50,000–100,000 บาท และ 100,000–200,000 บาท กำหนดอายุ 25–50 ปี พร้อมความสนใจที่เกี่ยวข้อง เช่น บ้านและที่อยู่อาศัยหรือพลังงาน มีมากกว่า 20,000 คนต่อชุด อัปเดตทุกไตรมาส และแชร์เข้า Business Manager ของคุณโดยตรง เพื่อใช้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike โดยทั่วไปช่วงบนเหมาะกับข้อเสนอแบบจ่ายก้อนหรือระบบขนาดใหญ่ ช่วงกลางเหมาะกับการเปรียบเทียบค่างวดกับค่าไฟที่ลดลง ส่วนช่วงล่างอาจต้องทดสอบอย่างระวังว่าคุ้มกับราคาของคุณหรือไม่

  • ข้อเสนอจ่ายก้อน ระบบใหญ่ หรืออุปกรณ์ระดับสูง → ทดสอบ Seed ช่วงรายได้ 100,000–200,000 บาท
  • ข้อเสนอผ่อนชำระเทียบกับค่าไฟที่ลดลง → ทดสอบ Seed ช่วง 50,000–100,000 บาท ควบคู่กับช่วงบน
  • ใช้ครีเอทีฟชุดเดียวกันเมื่อเทียบ Seed เพื่อให้รู้ว่าผลต่างมาจากกลุ่มเป้าหมายจริง
  • ถ้ามีรายชื่อลูกค้าที่ติดตั้งแล้วและยินยอมตาม PDPA ให้สร้าง Seed จากลูกค้าจริงเทียบกันด้วย
  • ตรวจเรื่อง Special Ad Category ถ้าแอดชุดนั้นเน้นข้อเสนอด้านสินเชื่อหรือการผ่อน
ดูชุดกลุ่มเป้าหมายแบบเลือกช่วงรายได้ →

ติดตามหลังสำรวจ: ช่วงที่ยอดขายหลุดมือมากที่สุด

หลายบริษัทลงทุนกับแอดและทีมสำรวจเต็มที่ แต่พอส่งใบเสนอราคาแล้วกลับปล่อยให้ลูกค้าคิดเอง การติดตั้งโซลาร์มักต้องคุยกันในครอบครัว เทียบใบเสนอราคาหลายเจ้า และรอจังหวะเงิน ช่วงนี้อาจกินเวลาหลายสัปดาห์ ถ้าไม่มีระบบติดตาม ลูกค้าที่ผ่านทุกเกณฑ์แล้วก็หลุดไปได้ง่าย ๆ

การติดตามที่ดีไม่ใช่การทักถามว่าตัดสินใจหรือยังซ้ำไปมา แต่คือการส่งสิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในแต่ละช่วง และบันทึกทุกการติดต่อใน CRM เพื่อให้ใครในทีมรับช่วงต่อได้

  • ภายในวันเดียวกับที่สำรวจ: ส่งสรุปสิ่งที่พบบนหลังคาและสิ่งที่จะอยู่ในใบเสนอราคา
  • เมื่อส่งใบเสนอราคา: อธิบายสมมติฐานการคำนวณ และเสนอเวลาคุยสั้น ๆ พร้อมคนในบ้านที่ร่วมตัดสินใจ
  • ช่วงต่อมา: ส่งข้อมูลตอบข้อกังวลที่พบบ่อย เช่น การดูแลรักษา เงื่อนไขรับประกันตามนโยบายบริษัท หรือตัวเลือกผ่อนชำระ
  • ถ้าลูกค้าเปรียบเทียบกับเจ้าอื่น: ช่วยทำตารางเทียบรายการอุปกรณ์และเงื่อนไขอย่างเป็นธรรม แทนการตัดราคา
  • ถ้ายังไม่พร้อม: ถามช่วงเวลาที่เหมาะ แล้วนัดติดตามตามนั้น พร้อมตัดออกจากแคมเปญหา Lead ใหม่
อ่านวิธีติดตาม Lead ราคาสูงผ่าน LINE OA →

วัดผลด้วยต้นทุนต่อการติดตั้ง ไม่ใช่ต้นทุนต่อ Lead

ตัวเลขที่บอกว่าแคมเปญโซลาร์ดีหรือไม่ดีจริง ๆ คือต้นทุนแอดต่อการติดตั้งหนึ่งงาน และสัดส่วนต้นทุนนั้นเทียบกับกำไรขั้นต้นของงาน ส่วนต้นทุนต่อ Lead เป็นแค่ตัวเลขนำทาง ถ้าดูแค่ตัวเลขนี้ ทีมการตลาดอาจเลือกแคมเปญที่ทำให้ทีมขายทำงานหนักขึ้นแต่ขายได้น้อยลง

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น แคมเปญ A ใช้งบ 50,000 บาท ได้ 250 Lead ต้นทุนต่อ Lead 200 บาท แต่ผ่านเกณฑ์ 25 ราย นัดสำรวจได้ 10 ราย และติดตั้ง 2 งาน ต้นทุนแอดต่อการติดตั้ง 25,000 บาท ส่วนแคมเปญ B ใช้งบเท่ากัน ได้ 100 Lead ต้นทุนต่อ Lead 500 บาท แต่ผ่านเกณฑ์ 40 ราย นัดสำรวจได้ 20 ราย และติดตั้ง 5 งาน ต้นทุนแอดต่อการติดตั้ง 10,000 บาท แคมเปญ B ดูแพงกว่าในรายงานต้นทุนต่อ Lead แต่คุ้มกว่ามาก และยังใช้เวลาทีมสำรวจกับบ้านที่ไม่ติดตั้งน้อยกว่า

  • ต้นทุนต่อ Lead ที่ผ่านเกณฑ์ครบ 4 ข้อ
  • ต้นทุนต่อการนัดสำรวจสำเร็จ และอัตราการไม่มาตามนัด
  • อัตราจากสำรวจไปเป็นเซ็นสัญญา แยกตามแคมเปญและ Seed
  • ต้นทุนแอดต่อการติดตั้ง เทียบกับกำไรขั้นต้นต่องานของคุณ
  • ระยะเวลาเฉลี่ยจาก Lead ถึงเซ็นสัญญา เพื่อไม่ตัดสินแคมเปญเร็วเกินไป
ปรึกษาการเลือกช่วงรายได้สำหรับธุรกิจโซลาร์ →

เช็กลิสต์เริ่มต้นสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

ถ้าอยากเริ่มปรับแคมเปญตั้งแต่สัปดาห์นี้ ให้ทำตามลำดับนี้ เริ่มจากสิ่งที่ไม่ต้องเพิ่มงบก่อน แล้วค่อยทดสอบกลุ่มเป้าหมายใหม่เมื่อระบบวัดผลพร้อม ถ้าต้องการให้ทีมช่วยวางระบบตั้งแต่ฟอร์มคัดกรอง การส่ง event กลับ ไปจนถึงเลือก Seed ที่ตรงกับราคาของคุณ ทักมาคุยได้ เราจะประเมินให้ตรงไปตรงมาว่าเหมาะกับธุรกิจคุณหรือไม่

  • ตกลงนิยาม Lead ผ่านเกณฑ์ร่วมกันระหว่างทีมขายและทีมการตลาด
  • ปรับฟอร์มหรือข้อความต้อนรับในแชท ให้ถามเกณฑ์ 4 ข้อเป็นตัวเลือก
  • เปลี่ยนครีเอทีฟเรื่องการประหยัดให้เป็นตัวอย่างคำนวณแบบสมมติที่บอกสมมติฐานชัด
  • ทำหน้าเงื่อนไขรับประกันและขั้นตอนทำงานให้ลูกค้าอ่านเข้าใจง่าย
  • บันทึกสถานะ Lead ใน CRM และส่ง event นัดสำรวจกับเซ็นสัญญากลับเข้า Meta
  • ทดสอบ Seed ช่วงรายได้ที่ตรงกับวิธีชำระ เทียบกับ Broad ด้วยครีเอทีฟชุดเดียวกัน
  • รายงานผลรายเดือนด้วยต้นทุนต่อการนัดสำรวจและต้นทุนต่อการติดตั้ง
ดูโซลูชันการตลาดสำหรับธุรกิจโซลาร์เซลล์ →

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมยิงแอดโซลาร์แล้วได้แต่คนถามราคา ไม่นัดสำรวจ

ส่วนใหญ่เพราะแอดพูดเรื่องค่าไฟแพงแบบกว้าง ซึ่งดึงดูดคนเกือบทุกบ้าน รวมถึงผู้เช่า คนอยู่คอนโด และบ้านที่ค่าไฟต่ำ และเพราะแคมเปญ optimize หาข้อความหรือ Lead ที่ถูกที่สุด แนะนำให้บอกชัดในแอดว่าเหมาะกับบ้านแบบไหน เพิ่มคำถามคัดกรอง และส่งข้อมูลนัดสำรวจสำเร็จกลับเข้าระบบโฆษณาเพื่อให้ระบบเรียนรู้จากคนที่ไปถึงขั้นนัดจริง

ควรใส่ตัวเลขประหยัดค่าไฟในโฆษณาไหม

ใส่ได้ถ้าเป็นตัวอย่างคำนวณที่บอกสมมติฐานชัด และกำกับว่าเป็นตัวเลขสมมติ ผลจริงขึ้นกับการสำรวจหน้างานและการใช้ไฟของแต่ละบ้าน ไม่ควรเขียนเป็นคำสัญญาว่าจะประหยัดได้เท่าไรแน่นอน เพราะผลจริงขึ้นกับหลายปัจจัย และเสี่ยงทั้งต่อความเชื่อใจของลูกค้าและต่อการตรวจสอบโฆษณา

ฟอร์มคัดกรองยาวขึ้นจะทำให้ Lead น้อยลงไหม

มักน้อยลง แต่ Lead ที่ได้มักมีคุณภาพดีขึ้น สำหรับธุรกิจที่ต้องส่งทีมไปสำรวจหน้างาน ตัวเลขที่ควรดูคือต้นทุนต่อการนัดสำรวจสำเร็จและต้นทุนต่อการติดตั้ง ไม่ใช่จำนวน Lead ควรทดสอบฟอร์มสั้นกับฟอร์มคัดกรองเทียบกันด้วยงบใกล้กัน แล้วตัดสินจากตัวเลขปลายทาง

โฆษณาโซลาร์ที่เสนอผ่อนชำระ มีข้อจำกัดเรื่องการตั้งกลุ่มเป้าหมายไหม

อาจมี Meta กำหนดหมวดโฆษณาพิเศษสำหรับบางประเภทธุรกิจ รวมถึงบางกรณีที่เกี่ยวกับสินเชื่อหรือบริการทางการเงิน ซึ่งอาจจำกัดตัวเลือกกลุ่มเป้าหมาย ขอบเขตของนโยบายเปลี่ยนแปลงได้ตามประเทศและช่วงเวลา จึงควรตรวจนโยบายโฆษณาล่าสุดของ Meta ก่อนเปิดแคมเปญที่เน้นข้อเสนอด้านการเงิน

ชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองรายได้ช่วยธุรกิจโซลาร์อย่างไร

ช่วยให้ Lookalike เริ่มจากกลุ่มที่มีกำลังซื้อสอดคล้องกับราคาระบบและวิธีชำระของคุณ บริการ Premium Audience มี 3 ช่วงรายได้ต่อเดือน คือ 15,000–50,000 บาท 50,000–100,000 บาท และ 100,000–200,000 บาท อายุ 25–50 ปี พร้อมความสนใจที่เกี่ยวข้อง มากกว่า 20,000 คนต่อชุด อัปเดตทุกไตรมาส แชร์เข้า Business Manager ของคุณเพื่อใช้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike ทั้งนี้ยอดขายยังขึ้นกับครีเอทีฟ การคัดกรอง และการติดตามของทีมคุณด้วย

ควรเขียนเรื่องการรับประกันในแอดอย่างไรให้ถูกต้อง

เขียนตามนโยบายจริงของบริษัทและเงื่อนไขของผู้ผลิตอุปกรณ์ แยกให้ชัดว่าส่วนไหนรับประกันโดยผู้ผลิต ส่วนไหนโดยผู้ติดตั้ง ครอบคลุมและไม่ครอบคลุมอะไร และมีระยะเวลาเท่าไร หลีกเลี่ยงคำกว้าง ๆ อย่างรับประกันทุกอย่าง และมีหน้ารายละเอียดให้ลูกค้าอ่านเงื่อนไขฉบับเต็มได้

OG Solution Team
Performance Marketing & Audience Data
ปรึกษาทีม
ทำไมต้องฟังเรา
นพ.สุชาติ — แพทย์ผู้บริหาร · Ph.D. Candidate (Public Administration)
หลักสูตรและคอนเทนต์ ออกแบบโดย ผู้บริหารบริษัทใน SET50
ร่วมด้วย นพ.สุชาติแพทย์ผู้บริหาร · Ph.D. Candidate (Public Administration)

ผู้บริหารโรงพยาบาล · ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ · อาจารย์พิเศษ

ลูกค้าจริง รีวิวจริง
ดูผลงานทั้งหมด →
บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อใน Industry

Industry
24 นาที17 ก.ย.

คู่มือยิงแอดโซลาร์รูฟท็อปครบทั้ง Funnel ปี 2026 — ตั้งแต่คอนเทนต์ ยิงแอด คัดลีด ปิดการขาย จนลูกค้าบอกต่อ

คู่มือปฏิบัติงานฉบับเต็มสำหรับบริษัทติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบ้านและธุรกิจขนาดเล็ก: เข้าใจผู้ซื้อและฤดูกาล ออกแบบข้อเสนอ ปฏิทินคอนเทนต์ 30 วัน ครีเอทีฟแอด 12 แบบพร้อม Hook สคริปต์วิดีโอ โครงสร้างแคมเปญ กลยุทธ์กลุ่มเป้าหมายและ Seed ที่คัดกรองกำลังซื้อ ฟอร์มและ LINE คัดกรอง สคริปต์โทร การติดตามลูกค้า Conversion API ตัวเลข KPI แผน 90 วัน และข้อควรระวังด้านความโปร่งใส

โซลาร์รูฟท็อปFull FunnelFacebook Ads
OG Solution Teamอ่านบทความ
Industry
24 นาที17 ก.ย.

คู่มือยิงแอดคลินิกความงามครบทั้ง Funnel ปี 2026 — คอนเทนต์ ยิงแอด คัดลีด ปิดการขาย จนลูกค้ากลับมาซ้ำ

คู่มือปฏิบัติการฉบับเต็มสำหรับเจ้าของคลินิกความงามและทีมการตลาด ตั้งแต่เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า วาง Positioning และข้อเสนอ แผนคอนเทนต์ 30 วัน ไอเดียครีเอทีฟ 12 แบบพร้อม Hook ภาษาไทย โครงสร้างบัญชีโฆษณา กลยุทธ์กลุ่มเป้าหมายและดาต้าคนมีกำลังซื้อ ฟลว์นัดปรึกษา บทสนทนาปิดการขาย การลดนัดแล้วไม่มา การวัดผลด้วย Conversion API ไปจนถึงระบบให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ และแผนลงมือ 90 วันแบบรายสัปดาห์

คลินิกความงามFull FunnelFacebook Ads
OG Solution Teamอ่านบทความ
Industry
22 นาที17 ก.ย.

คู่มือยิงแอดคลินิกทันตกรรม (รากฟันเทียม · จัดฟัน · วีเนียร์) ครบทั้ง Funnel ปี 2026

คู่มือปฏิบัติการสำหรับคลินิกทันตกรรมที่ขายการรักษาราคาสูง ตั้งแต่พฤติกรรมคนไข้ ข้อเสนอ คอนเทนต์ 30 วัน ไอเดียแอด 12 แบบที่อยู่ในกรอบกติกาโฆษณา โครงสร้างบัญชี กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ ระบบนัดหมาย การปิดเคสในห้องปรึกษา ลดการผิดนัด วัดผลด้วย Conversion API ไปจนถึงแผน 90 วันรายสัปดาห์

ทันตกรรมรากฟันเทียมจัดฟันใส
OG Solution Teamอ่านบทความ
บริการของเรา · Premium Audience

ยิงแอดหากลุ่มที่มีกำลังซื้อจริง ตั้งแต่วันแรก

ชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองช่วงรายได้ 15,000–200,000 บาท/เดือน อายุ 25–50 ปี มากกว่า 20,000 คนต่อชุด แชร์เข้า Business Manager ของคุณเพื่อใช้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike — อัปเดตทุกไตรมาส

ทัก LINE