Industryโรงแรมพูลวิลล่าDirect Booking

ยิงแอดโรงแรมหรู พูลวิลล่า และแพ็กเกจพรีเมียม ให้ได้แขกใช้จ่ายสูง

คู่มือยิงแอดสำหรับโรงแรมหรู รีสอร์ต และพูลวิลล่า ที่อยากได้แขกที่จองห้องราคาสูง อยู่นานขึ้น และใช้จ่ายในที่พักมากขึ้น ตั้งแต่คิดเรื่อง Direct Booking เทียบ OTA วางแผนตามฤดูกาล ครีเอทีฟที่ขายประสบการณ์ กลุ่มเป้าหมายจากแขกเก่าและ Seed ที่คัดกรองรายได้ ข้อเสนอที่ไม่ต้องลดราคา ไปจนถึงการวัดผลด้วยรายได้ต่อการจอง

OG Solution Team17 กันยายน 2569 13 นาที
TL;DR · สรุปสั้นๆ
  • สำหรับที่พักระดับพรีเมียม ตัวเลขที่ควรไล่ไม่ใช่จำนวนการจองหรือ ROAS รวม แต่คือรายได้สุทธิต่อการจองหลังหักต้นทุนช่องทาง ทั้งค่าโฆษณาและค่าคอมมิชชันของ OTA
  • OTA ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นช่องทางที่มีต้นทุน แอดที่ดีควรดึงแขกที่ตั้งใจจะมาอยู่แล้วให้จองตรง และพาแขกกลุ่มใหม่ที่ใช้จ่ายสูงเข้ามาตั้งแต่แรก
  • ครีเอทีฟต้องขายประสบการณ์ ความเป็นส่วนตัว และความพิเศษ ไม่ใช่ขายส่วนลด เพราะภาพลดราคาดึงคนที่มองหาของถูก
  • Seed ที่ดีที่สุดคือแขกเก่าที่ใช้จ่ายสูง (ภายใต้ PDPA) และถ้ายังมีรายชื่อไม่พอ สามารถใช้ชุดกลุ่มเป้าหมายที่คัดกรองรายได้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike สำหรับแขกในประเทศ
  • เพิ่มยอดใช้จ่ายต่อการจองด้วยแพ็กเกจ สิทธิพิเศษ และการเข้าพักที่นานขึ้น แทนการลดราคาห้องซึ่งกระทบภาพลักษณ์แบรนด์

ทำไมโรงแรมหรูยิงแอดแบบโรงแรมทั่วไปแล้วไม่ได้แขกที่ต้องการ

เจ้าของพูลวิลล่าและผู้จัดการฝ่ายขายของโรงแรมระดับบนหลายแห่งเจอสถานการณ์คล้ายกัน แอดมียอดเข้าถึงสูง คนกดไลก์รูปวิวสระว่ายน้ำเยอะ ทักแชทมาถามราคาไม่น้อย แต่พอบอกราคาต่อคืนแล้ว คำถามถัดไปมักเป็นว่ามีโปรไหม ลดได้อีกไหม หรือเงียบหายไป ส่วนแขกที่จองห้องประเภทสูงสุดจริง ๆ กลับยังมาจากช่องทาง OTA หรือการบอกต่อเป็นหลัก

ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่รูปไม่สวยหรือแอดไม่ดึงดูด แต่อยู่ที่แอดดึงดูดคนผิดกลุ่ม ภาพวิลล่าสวย ๆ เป็นคอนเทนต์ที่คนทั่วไปชอบดูอยู่แล้ว ระบบโฆษณาที่ optimize หาการมีส่วนร่วมหรือข้อความราคาถูกจึงพาแอดไปหาคนที่ชอบดูภาพที่พักสวย ๆ ซึ่งมีทั้งคนที่จ่ายไหวและคนที่แค่เก็บไว้ในลิสต์ความฝัน

โรงแรมหรูจึงต้องเปลี่ยนคำถามตั้งต้นจาก ทำอย่างไรให้คนเห็นเยอะที่สุด เป็น ทำอย่างไรให้คนที่จะใช้จ่ายสูงเห็นก่อน และจองตรงกับเรา บทความนี้ไล่ตั้งแต่เศรษฐศาสตร์ของช่องทาง การวางแผนตามฤดูกาล ครีเอทีฟ กลุ่มเป้าหมาย ข้อเสนอ การตามคนที่เกือบจอง และการวัดผล เพื่อให้ทุกส่วนของแคมเปญทำงานไปทิศเดียวกัน

แอดของที่พักระดับพรีเมียมไม่ได้แข่งกันที่ยอดวิว แต่แข่งกันที่ว่าใครพาแขกที่ใช้จ่ายสูงมาจองตรงได้มากกว่า ด้วยต้นทุนที่คุมได้

Direct Booking เทียบ OTA: คิดเป็นต้นทุนช่องทาง ไม่ใช่เลือกข้าง

OTA เป็นช่องทางที่มีประโยชน์จริง ช่วยให้ที่พักเข้าถึงนักท่องเที่ยวที่เราไม่เคยรู้จัก มีระบบรีวิวที่คนเชื่อถือ และช่วยเติมห้องในช่วงที่ความต้องการต่ำ ที่พักส่วนใหญ่จึงไม่ควรตัด OTA ทิ้ง แต่ควรเข้าใจว่าทุกการจองผ่าน OTA มีต้นทุน ซึ่งหลัก ๆ คือค่าคอมมิชชันของ OTA ที่อัตราจริงขึ้นกับสัญญา ระดับการมองเห็นที่เลือก และนโยบายของแต่ละแพลตฟอร์ม

การจองตรงผ่านเว็บไซต์หรือแชทของโรงแรมเองก็มีต้นทุนเหมือนกัน ได้แก่ ค่าโฆษณา ค่าระบบจองออนไลน์ ค่าธรรมเนียมรับชำระเงิน และเวลาของทีมที่ตอบแชท ความต่างสำคัญคือการจองตรงให้สิ่งที่ OTA ไม่ค่อยให้ นั่นคือความสัมพันธ์กับแขก ข้อมูลติดต่อที่ใช้ทำการตลาดต่อได้ (ภายใต้ความยินยอม) และโอกาสขายเพิ่มก่อนเข้าพัก

วิธีคิดที่ใช้งานได้จริงคือคำนวณต้นทุนต่อการจองของแต่ละช่องทางเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ แล้วเทียบกันตรง ๆ ตัวอย่างสมมติ ถ้าการจองหนึ่งครั้งมีรายได้ห้องพัก 40,000 บาท และต้นทุนช่องทาง OTA ตามสัญญาของคุณอยู่ที่ระดับหนึ่ง แอดที่พาแขกมาจองตรงก็ควรมีต้นทุนโฆษณาต่อการจองต่ำกว่าระดับนั้นอย่างชัดเจน ถึงจะถือว่าคุ้ม ส่วนต่างที่เหลือคือสิ่งที่โรงแรมเก็บไว้เองได้

  • แยกแขกเป็นสองกลุ่ม: แขกที่ตั้งใจจะมาอยู่แล้ว (ค้นชื่อโรงแรม เคยพัก ถูกแนะนำมา) กับแขกกลุ่มใหม่ที่ยังไม่รู้จักคุณ
  • กลุ่มแรกควรถูกดึงให้จองตรงด้วยเหตุผลที่ชัด เช่น สิทธิพิเศษที่มีเฉพาะการจองตรง โดยไม่ขัดกับเงื่อนไขเรื่องราคาที่คุณตกลงไว้กับ OTA
  • กลุ่มที่สองคือจุดที่แอดต้องทำงานหนักที่สุด เพราะต้องหาคนใหม่ที่ใช้จ่ายสูงแทนการไปแย่งแขกที่จะมาอยู่แล้ว
  • ตรวจเงื่อนไข rate parity ในสัญญาของคุณก่อนตั้งราคาหรือข้อเสนอสำหรับการจองตรง เพราะแต่ละสัญญาอาจกำหนดไม่เหมือนกัน
เป้าหมายไม่ใช่ย้ายทุกการจองออกจาก OTA แต่คือสร้างสัดส่วนการจองตรงที่ทำให้รายได้สุทธิต่อคืนสูงขึ้น และทำให้โรงแรมไม่ต้องพึ่งช่องทางเดียว

วางแผนแคมเปญตามฤดูกาล: ยิงก่อนคนตัดสินใจ ไม่ใช่ยิงตอนห้องว่าง

ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือเริ่มยิงแอดเมื่อเห็นว่าอัตราการเข้าพักเดือนหน้ายังต่ำ ซึ่งสำหรับแขกใช้จ่ายสูงมักช้าไปแล้ว คนที่จองวิลล่าราคาสูงสำหรับทริปครอบครัวหรือโอกาสพิเศษมักวางแผนล่วงหน้า เปรียบเทียบหลายที่ และต้องประสานวันหยุดของคนหลายคน ช่วงที่แอดควรเริ่มทำงานจึงเป็นช่วงที่เขากำลังเลือก ไม่ใช่ช่วงที่คุณกำลังร้อนใจ

ให้ดูข้อมูลการจองย้อนหลังของโรงแรมเองว่าแขกกลุ่มห้องราคาสูงจองล่วงหน้ากี่วันโดยเฉลี่ย และจองเข้ามาช่วงไหนของปี แล้วใช้ข้อมูลนั้นกำหนดจังหวะแคมเปญ ข้อมูลของแต่ละที่พักต่างกันมาก วิลล่าในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลกับรีสอร์ตบนภูเขาใกล้กรุงเทพจะมีรูปแบบคนละแบบ จึงไม่ควรลอกปฏิทินของที่อื่นมาใช้

  • ช่วงสร้างการรับรู้ก่อนฤดูกาล: เล่าเรื่องประสบการณ์ ห้องพัก อาหาร กิจกรรม เพื่อสร้างกลุ่มคนดูวิดีโอและคนเข้าเว็บไว้ใช้ Retargeting
  • ช่วงที่คนเริ่มวางแผน: เปิดแคมเปญหาการจองหรือการทักแชทที่มีคุณภาพ ใช้ข้อเสนอแบบแพ็กเกจที่มีวันที่ชัดเจน
  • ช่วงใกล้วันเข้าพัก: เน้น Retargeting คนที่เคยดูหน้าจองหรือเคยคุยแต่ยังไม่ตัดสินใจ
  • วันหยุดยาวในประเทศ: เตรียมแคมเปญสำหรับแขกไทยล่วงหน้า เพราะช่วงเหล่านี้ห้องพรีเมียมมักเต็มเร็วและคนตัดสินใจเร็วกว่าปกติ
  • ช่วง low season: อย่ากระโดดไปลดราคาห้องทันที ลองแพ็กเกจพักยาว งานเฉลิมฉลองส่วนตัว หรือทริปทำงานระยะไกลก่อน

ครีเอทีฟ: ขายประสบการณ์ ความเป็นส่วนตัว และความพิเศษ

แขกที่ใช้จ่ายสูงไม่ได้ซื้อห้องพัก แต่ซื้อสิ่งที่ห้องพักทำให้เกิดขึ้น เช่น ช่วงเวลาเงียบ ๆ ที่ไม่มีคนอื่นมารบกวน การฉลองครบรอบที่ไม่ต้องจัดการอะไรเอง หรือทริปครอบครัวที่ทุกวัยสบาย ครีเอทีฟที่บอกแค่จำนวนห้องนอน ขนาดสระ และราคาต่อคืน จึงทำให้ที่พักของคุณดูเหมือนตัวเลือกหนึ่งในรายการเปรียบเทียบ

อีกเรื่องที่สำคัญคือครีเอทีฟทำหน้าที่คัดคนด้วย ถ้าภาพและข้อความสื่อความหรูแบบเฉพาะกลุ่ม บอกระดับราคาเป็นช่วงอย่างสุภาพ หรือบอกขั้นต่ำการเข้าพัก คนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มก็จะเลื่อนผ่านไปเอง ซึ่งช่วยลดแชทที่จบที่คำว่าแพงจัง และช่วยให้ระบบโฆษณาเรียนรู้จากคนที่มีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพมากขึ้น

  • ประสบการณ์: วิดีโอสั้นแบบหนึ่งวันในวิลล่า ตั้งแต่อาหารเช้าลอยน้ำจนถึงดินเนอร์ส่วนตัว ดีกว่าภาพห้องเปล่าหลายสิบภาพ
  • ความเป็นส่วนตัว: ถ่ายให้เห็นระยะห่างจากหลังอื่น ทางเข้าส่วนตัว สระที่ไม่มีใครมองเห็น และบริการที่ไม่ต้องออกไปไหน
  • ความพิเศษ: บอกสิ่งที่มีจำนวนจำกัดจริง เช่น จำนวนวิลล่าที่มี หรือห้องประเภทที่มีเพียงไม่กี่ห้อง ห้ามสร้างความขาดแคลนที่ไม่มีอยู่จริง
  • บริการเฉพาะบุคคล: เชฟส่วนตัว การจัดตกแต่งวันเกิดหรือครบรอบ รถรับส่ง ผู้ดูแลเฉพาะหลัง ถ้าที่พักมีบริการเหล่านี้จริง
  • เสียงของแขก: ใช้รีวิวจริงที่แขกยินยอมให้เผยแพร่ เลือกรีวิวที่เล่าความรู้สึกและรายละเอียดบริการ ไม่ใช่แค่คำว่าดีมาก
  • ภาษา: ใช้ภาษาสุภาพ นิ่ง มั่นใจ หลีกเลี่ยงคำอย่าง ถูกที่สุด ลดกระหน่ำ หรือจองด่วน ที่ขัดกับภาพลักษณ์
ลองทดสอบง่าย ๆ: ถ้าเอาโลโก้ออกแล้วครีเอทีฟของคุณยังดูเหมือนแอดที่พักราคาประหยัด แขกใช้จ่ายสูงก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน

กลุ่มเป้าหมาย: เริ่มจากแขกเก่าที่ใช้จ่ายสูง แล้วขยายด้วย Seed ที่คัดกรองรายได้

ข้อมูลที่มีค่าที่สุดของโรงแรมคือรายชื่อแขกที่เคยจองห้องราคาสูง อยู่หลายคืน หรือใช้บริการเสริมมาก เพราะนี่คือตัวอย่างจริงของคนที่คุณอยากได้เพิ่ม ถ้ารายชื่อเหล่านี้เก็บมาพร้อมความยินยอมที่ครอบคลุมการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดตาม PDPA ก็สามารถอัปโหลดเป็น Custom Audience แล้วใช้เป็น Seed สร้าง Lookalike ได้ ควรแยกรายชื่อแขกใช้จ่ายสูงออกจากแขกทั้งหมด เพราะถ้าผสมกัน ระบบจะหาคนที่คล้ายค่าเฉลี่ย ไม่ใช่คนที่คล้ายแขกกลุ่มบน

ปัญหาคือที่พักจำนวนมาก โดยเฉพาะวิลล่าที่มีจำนวนหลังไม่มาก หรือโรงแรมที่รับจองผ่าน OTA เป็นหลัก มีรายชื่อแขกใช้จ่ายสูงที่ติดต่อได้และยินยอมแล้วไม่มากพอจะเป็น Seed ที่ดี และแขกที่มาทาง OTA มักไม่ได้ให้ข้อมูลติดต่อที่ใช้ทำการตลาดได้โดยตรง ในกรณีนี้ Seed จากกลุ่มที่คัดกรองกำลังซื้อมาแล้วช่วยเติมช่องว่างได้

บริการ Premium Audience ของเราเป็นชุดกลุ่มเป้าหมายที่คัดกรองตามช่วงรายได้ต่อเดือน 3 ช่วง คือ 15,000–50,000 บาท 50,000–100,000 บาท และ 100,000–200,000 บาท กำหนดอายุ 25–50 ปี ร่วมกับความสนใจที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวหรือไลฟ์สไตล์ มีมากกว่า 20,000 คนต่อชุด อัปเดตทุกไตรมาส และแชร์เข้า Business Manager ของคุณโดยตรง เพื่อใช้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike สำหรับที่พักระดับบนที่เจาะแขกคนไทย ช่วงรายได้บนสุดมักสอดคล้องกับห้องและวิลล่าราคาสูง ส่วนช่วงกลางอาจเหมาะกับแพ็กเกจโอกาสพิเศษที่คนยอมจ่ายเป็นครั้งคราว

  • Seed A: แขกเก่าที่ใช้จ่ายสูงและยินยอมแล้ว → 1% Lookalike
  • Seed B: ชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองรายได้ที่ตรงกับระดับราคาห้อง → 1% Lookalike
  • ชุดเปรียบเทียบ: Broad หรือ Advantage+ Audience ที่ใช้ครีเอทีฟชุดเดียวกัน
  • Exclusion: ตัดแขกที่กำลังจะเข้าพักหรือเพิ่งเข้าพักออกจากแคมเปญหาแขกใหม่ แล้วไปคุยกับเขาด้วยข้อความที่ต่างออกไป
  • สำหรับแขกต่างชาติ ให้ใช้ Seed จากข้อมูลของโรงแรมเองและการตั้งค่าตามประเทศ เพราะชุดคัดกรองรายได้เป็นเกณฑ์รายได้เป็นเงินบาท
Seed ที่ดีทำให้ระบบเริ่มหาคนจากทิศที่ถูก แต่ยอดจองยังขึ้นกับครีเอทีฟ ข้อเสนอ ความเร็วในการตอบ และประสบการณ์บนหน้าจองของคุณเสมอ
ดูชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองรายได้สำหรับที่พักพรีเมียม →
บริการของเรา · Premium Audience

ยิงแอดหากลุ่มที่มีกำลังซื้อจริง ตั้งแต่วันแรก

ชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองช่วงรายได้ 15,000–200,000 บาท/เดือน อายุ 25–50 ปี มากกว่า 20,000 คนต่อชุด แชร์เข้า Business Manager ของคุณเพื่อใช้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike — อัปเดตทุกไตรมาส

ข้อเสนอที่เพิ่มยอดใช้จ่าย โดยไม่ต้องลดราคาแบรนด์

การลดราคาห้องเป็นทางลัดที่ได้ผลเร็ว แต่มีราคาที่ต้องจ่ายระยะยาว แขกที่เคยได้ราคาต่ำจะรอโปรครั้งต่อไป ภาพลักษณ์ของที่พักถูกผูกกับคำว่าลดราคา และหากราคาบนช่องทางต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกันก็อาจเกิดปัญหากับเงื่อนไขในสัญญา ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับแบรนด์พรีเมียมคือเพิ่มคุณค่าในสิ่งที่แขกได้รับ แทนการลดตัวเลขบนป้ายราคา

ข้อเสนอแบบเพิ่มคุณค่ายังช่วยให้รายได้ต่อการจองสูงขึ้นด้วย เพราะแพ็กเกจที่รวมอาหาร สปา หรือกิจกรรม มักทำให้แขกใช้จ่ายในที่พักมากกว่าการจองห้องเปล่า และต้นทุนของบริการเสริมหลายอย่างต่ำกว่ามูลค่าที่แขกรับรู้

  • แพ็กเกจตามโอกาส: ครบรอบ ขอแต่งงาน วันเกิด ทริปครอบครัวหลายรุ่น พร้อมการจัดเตรียมที่แขกไม่ต้องคิดเอง
  • แพ็กเกจพักยาว: อยู่ครบจำนวนคืนที่กำหนดแล้วได้บริการเสริม เช่น ดินเนอร์ส่วนตัวหนึ่งมื้อหรือทรีตเมนต์สปา
  • สิทธิพิเศษสำหรับการจองตรง: อัปเกรดห้องตามความพร้อม เช็กเอาต์ช้า เครดิตใช้จ่ายในที่พัก หรือรถรับส่ง ตรวจเงื่อนไขกับสัญญา OTA ก่อนเสมอ
  • ขายเพิ่มก่อนเข้าพัก: ส่งข้อความหลังการจองเพื่อเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลของทริป แทนการเสนอทุกอย่างพร้อมกัน
  • โปรแกรมแขกประจำ: สิทธิพิเศษเล็ก ๆ ที่ทำให้แขกเก่ากลับมาจองตรงแทนการกลับไปค้นใน OTA
ถามตัวเองทุกครั้งก่อนออกโปร: ข้อเสนอนี้ทำให้แขกรู้สึกว่าได้มากกว่าเดิม หรือทำให้รู้สึกว่าที่พักของเราราคาถูกลง

Retargeting คนที่เข้าหน้าจองแล้วยังไม่จอง

คนที่เลือกวันที่ ดูราคา และเข้าหน้าจองแล้วแต่ไม่จอง คือกลุ่มที่ใกล้เงินที่สุดที่แอดเข้าถึงได้ เหตุผลที่เขาไม่จองมักไม่ใช่ไม่อยากมา แต่เป็นเรื่องอย่างรอคุยกับคนที่จะไปด้วย ยังไม่แน่ใจเรื่องการเดินทาง อยากเทียบกับอีกที่หนึ่ง หรือกังวลเรื่องนโยบายยกเลิก ข้อความ Retargeting ที่ดีจึงควรตอบข้อกังวลเหล่านี้ แทนการยิงภาพเดิมซ้ำ

ก่อนจะทำได้ ต้องตรวจให้แน่ใจว่า Pixel หรือ Conversion API เก็บ event จากระบบจองได้ถูกต้อง ระบบจองของบุคคลที่สามบางราย ทำงานอยู่บนโดเมนอื่นหรือมีข้อจำกัดในการติดตั้งแท็ก จึงควรตรวจกับผู้ให้บริการระบบจองของคุณว่ารองรับการส่ง event แบบไหนได้บ้าง ถ้าไม่มีข้อมูลนี้ การ Retargeting จะเหลือแค่คนที่เข้าหน้าแรกของเว็บ ซึ่งกว้างเกินไป

  • แยกกลุ่มตามความลึก: ดูหน้าห้องพัก → เลือกวันที่ → เริ่มกรอกข้อมูลการจอง แต่ละขั้นควรได้ข้อความต่างกัน
  • ช่วงสั้นหลังเข้าหน้าจอง: เตือนความจำอย่างสุภาพ พร้อมบอกสิทธิพิเศษของการจองตรง
  • ช่วงถัดมา: ตอบข้อกังวล เช่น นโยบายยกเลิกตามจริงของโรงแรม การเดินทาง หรือบริการสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ
  • ช่วงท้าย: เปลี่ยนเป็นเล่าประสบการณ์หรือรีวิว แทนการกดดันให้จอง
  • ตัดคนที่จองแล้วออกทันที และจำกัดความถี่ เพื่อไม่ให้แขกใช้จ่ายสูงรู้สึกถูกไล่ตาม
  • เปิดช่องทางคุยกับคนจริง: ปุ่มแชทหรือโทร สำหรับแขกที่อยากถามรายละเอียดก่อนจองวิลล่าราคาสูง
อ่านเทคนิค Retargeting คนที่เกือบซื้อ →

วัดผลด้วยรายได้ต่อการจอง ไม่ใช่ต้นทุนต่อการจองอย่างเดียว

ถ้าวัดแค่ต้นทุนต่อการจอง แคมเปญที่ได้การจองห้องราคาต่ำจำนวนมากจะดูดีกว่าแคมเปญที่ได้การจองวิลล่าราคาสูงจำนวนน้อยเสมอ ทั้งที่รายได้จริงอาจกลับกัน ตัวเลขที่เหมาะกับที่พักพรีเมียมจึงควรดูรายได้ต่อการจอง จำนวนคืนต่อการจอง รายได้จากบริการเสริม และสัดส่วนค่าโฆษณาต่อรายได้ ควบคู่กัน

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ผลลัพธ์จริงหรือค่าเฉลี่ยของตลาด แคมเปญ A ใช้งบ 60,000 บาท ได้การจองตรง 12 ครั้ง ต้นทุนต่อการจอง 5,000 บาท รายได้เฉลี่ยต่อการจอง 18,000 บาท รวมรายได้ 216,000 บาท ส่วนแคมเปญ B ใช้งบ 60,000 บาทเท่ากัน ได้การจองตรง 6 ครั้ง ต้นทุนต่อการจอง 10,000 บาท แต่รายได้เฉลี่ยต่อการจอง 55,000 บาท เพราะแขกอยู่นานกว่าและซื้อแพ็กเกจ รวมรายได้ 330,000 บาท ถ้าดูแค่ต้นทุนต่อการจอง แคมเปญ A ชนะ แต่ถ้าดูรายได้และสัดส่วนค่าโฆษณาต่อรายได้ แคมเปญ B ดีกว่าชัดเจน

เพื่อให้ระบบโฆษณาเรียนรู้แบบเดียวกับที่คุณวัด ควรส่งมูลค่าการจองจริงกลับเข้าระบบผ่าน Pixel หรือ Conversion API และถ้ามีการจองที่ปิดผ่านแชทหรือโทรศัพท์ ก็ควรมีวิธีบันทึกและส่งข้อมูลกลับอย่างเป็นระบบภายใต้ PDPA เพื่อให้ตัวเลขไม่หายไปครึ่งหนึ่ง

  • รายได้ต่อการจอง (ห้องพัก + บริการเสริม)
  • จำนวนคืนเฉลี่ยต่อการจอง และสัดส่วนการจองห้องประเภทสูงสุด
  • สัดส่วนค่าโฆษณาต่อรายได้ เทียบกับต้นทุนช่องทาง OTA ตามสัญญาของคุณ
  • อัตราการยกเลิกของการจองจากแต่ละแคมเปญ
  • สัดส่วนแขกที่กลับมาจองตรงซ้ำในรอบถัดไป
อ่านวิธีวางงบและคำนวณต้นทุนต่อยอดขาย →

แผนเริ่มต้น 30 วัน สำหรับโรงแรมหรูและพูลวิลล่า

ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ให้เริ่มจากการแก้ระบบวัดผลและคัดกลุ่มเป้าหมายก่อนเพิ่มงบ เพราะการเพิ่มงบในแคมเปญที่วัดรายได้จริงไม่ได้ ก็เหมือนเร่งความเร็วโดยไม่เห็นทาง

  • สัปดาห์ที่ 1: ตรวจ Pixel หรือ Conversion API บนระบบจอง ให้ส่ง event การจองพร้อมมูลค่าได้ และสรุปต้นทุนช่องทาง OTA ตามสัญญาจริงของคุณ
  • สัปดาห์ที่ 1: ดึงข้อมูลการจองย้อนหลัง หาระยะจองล่วงหน้าและช่วงเวลาที่แขกห้องราคาสูงจอง
  • สัปดาห์ที่ 2: เตรียมครีเอทีฟชุดประสบการณ์ ความเป็นส่วนตัว และแพ็กเกจตามโอกาส อย่างน้อย 3 มุม
  • สัปดาห์ที่ 2: เตรียม Seed จากแขกเก่าที่ยินยอมแล้ว และเลือกชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองรายได้ที่ตรงกับระดับราคา
  • สัปดาห์ที่ 3: เปิดแคมเปญเทียบ Lookalike จากแต่ละ Seed กับ Broad ด้วยครีเอทีฟชุดเดียวกัน พร้อมตั้ง Retargeting หน้าจอง
  • สัปดาห์ที่ 4: สรุปผลด้วยรายได้ต่อการจองและสัดส่วนค่าโฆษณาต่อรายได้ ย้ายงบไปชุดที่ทำรายได้สุทธิดีกว่า
ให้เวลาแต่ละชุดทดสอบเรียนรู้พอสมควร และเปลี่ยนทีละตัวแปร การจองที่พักราคาสูงมีจำนวนน้อยต่อสัปดาห์ การตัดสินเร็วเกินไปจากข้อมูลไม่กี่รายการมักทำให้ตัดชุดที่ดีทิ้ง
ดูโซลูชันการตลาดสำหรับธุรกิจโรงแรม →

สรุป: แขกใช้จ่ายสูงมาจากระบบที่คัดคนตั้งแต่ต้น

โรงแรมหรูและพูลวิลล่าที่ได้แขกใช้จ่ายสูงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้มีแอดที่สวยกว่าคนอื่นเท่านั้น แต่มีระบบที่ทำงานต่อเนื่องกัน ตั้งแต่เข้าใจต้นทุนของแต่ละช่องทาง ยิงในจังหวะที่คนกำลังตัดสินใจ ใช้ครีเอทีฟที่คัดคน เริ่มจาก Seed ที่ใกล้แขกจริง ใช้ข้อเสนอที่เพิ่มคุณค่าแทนการลดราคา ตามคนที่เกือบจองอย่างสุภาพ และวัดผลด้วยรายได้

ถ้าที่พักของคุณมีรายชื่อแขกเก่าไม่มากพอ หรืออยากทดสอบว่าการเริ่มจาก Seed ที่คัดกรองรายได้แล้วจะช่วยให้ได้แขกในประเทศที่ใช้จ่ายสูงขึ้นหรือไม่ ทักมาคุยกับเราได้ เราจะช่วยดูว่าช่วงรายได้ไหนสอดคล้องกับระดับราคาห้องและแพ็กเกจของคุณ และประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าเหมาะกับธุรกิจคุณหรือไม่

ปรึกษาเรื่องกลุ่มเป้าหมายรายได้สูงสำหรับโรงแรม →

คำถามที่พบบ่อย

โรงแรมควรเลิกขายผ่าน OTA แล้วยิงแอดหา Direct Booking อย่างเดียวไหม

ไม่จำเป็น และสำหรับที่พักส่วนใหญ่ก็ไม่แนะนำ OTA ช่วยเข้าถึงแขกกลุ่มใหม่และเติมห้องในช่วงความต้องการต่ำ สิ่งที่ควรทำคือคำนวณต้นทุนต่อการจองของแต่ละช่องทาง รวมค่าคอมมิชชันของ OTA ตามสัญญาของคุณและค่าโฆษณาของการจองตรง แล้วค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนการจองตรงในจุดที่คุ้มกว่า โดยตรวจเงื่อนไขเรื่องราคาในสัญญาก่อนออกข้อเสนอพิเศษ

ควรใส่ราคาในแอดโรงแรมหรูหรือพูลวิลล่าไหม

ขึ้นกับตำแหน่งแบรนด์และกลุ่มแขก หลายที่พักเลือกไม่ใส่ราคาตรง ๆ แต่สื่อระดับราคาผ่านภาพ บริการ และขั้นต่ำการเข้าพัก บางที่เลือกบอกราคาเริ่มต้นเพื่อคัดคนที่จ่ายไม่ไหวออกตั้งแต่ต้น วิธีที่ดีที่สุดคือทดสอบสองแบบด้วยงบใกล้กัน แล้วดูรายได้ต่อการจองและคุณภาพของแชท ไม่ใช่ดูแค่จำนวนคลิก

ชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองรายได้ใช้กับแขกต่างชาติได้ไหม

ชุดกลุ่มเป้าหมายของบริการ Premium Audience คัดกรองตามช่วงรายได้เป็นเงินบาทต่อเดือน จึงเหมาะกับการหาแขกในประเทศเป็นหลัก สำหรับแขกต่างชาติ แนะนำให้ใช้ Seed จากรายชื่อแขกต่างชาติของโรงแรมเองที่เก็บมาอย่างถูกต้องตาม PDPA ร่วมกับการตั้งค่าประเทศและครีเอทีฟภาษาที่ตรงกลุ่ม

ใช้รายชื่อแขกเก่าทำ Custom Audience ได้หรือไม่ ผิด PDPA ไหม

ทำได้เมื่อข้อมูลถูกเก็บมาพร้อมความยินยอมหรือฐานทางกฎหมายที่ครอบคลุมการใช้เพื่อการตลาด และคุณแจ้งวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจน ควรให้ฝ่ายกฎหมายหรือที่ปรึกษาด้านข้อมูลส่วนบุคคลตรวจนโยบายและแบบฟอร์มของคุณ และเปิดช่องทางให้แขกขอถอนความยินยอมได้เสมอ

ระบบจองของโรงแรมเป็นของผู้ให้บริการภายนอก ยัง Retargeting หน้าจองได้ไหม

ขึ้นกับว่าผู้ให้บริการระบบจองรองรับการติดตั้ง Pixel การส่ง event หรือการเชื่อม Conversion API แบบใดบ้าง บางระบบรองรับค่อนข้างครบ บางระบบจำกัด ควรสอบถามผู้ให้บริการโดยตรงและทดสอบว่า event การเข้าหน้าจองและการจองสำเร็จถูกส่งพร้อมมูลค่าอย่างถูกต้อง ก่อนตั้งแคมเปญ Retargeting

ลดราคาห้องช่วง low season จะเสียภาพลักษณ์โรงแรมหรูไหม

การลดราคาบ่อยหรือลดแรงมีความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์และทำให้แขกรอโปร ทางเลือกที่มักเหมาะกับแบรนด์พรีเมียมกว่าคือเพิ่มคุณค่า เช่น แพ็กเกจพักยาว บริการเสริม หรือสิทธิพิเศษสำหรับการจองตรง ซึ่งช่วยรักษาราคาห้องและมักเพิ่มรายได้ต่อการจองไปพร้อมกัน

OG Solution Team
Performance Marketing & Audience Data
ปรึกษาทีม
ทำไมต้องฟังเรา
นพ.สุชาติ — แพทย์ผู้บริหาร · Ph.D. Candidate (Public Administration)
หลักสูตรและคอนเทนต์ ออกแบบโดย ผู้บริหารบริษัทใน SET50
ร่วมด้วย นพ.สุชาติแพทย์ผู้บริหาร · Ph.D. Candidate (Public Administration)

ผู้บริหารโรงพยาบาล · ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ · อาจารย์พิเศษ

ลูกค้าจริง รีวิวจริง
ดูผลงานทั้งหมด →
บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อใน Industry

Industry
24 นาที17 ก.ย.

คู่มือยิงแอดโซลาร์รูฟท็อปครบทั้ง Funnel ปี 2026 — ตั้งแต่คอนเทนต์ ยิงแอด คัดลีด ปิดการขาย จนลูกค้าบอกต่อ

คู่มือปฏิบัติงานฉบับเต็มสำหรับบริษัทติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบ้านและธุรกิจขนาดเล็ก: เข้าใจผู้ซื้อและฤดูกาล ออกแบบข้อเสนอ ปฏิทินคอนเทนต์ 30 วัน ครีเอทีฟแอด 12 แบบพร้อม Hook สคริปต์วิดีโอ โครงสร้างแคมเปญ กลยุทธ์กลุ่มเป้าหมายและ Seed ที่คัดกรองกำลังซื้อ ฟอร์มและ LINE คัดกรอง สคริปต์โทร การติดตามลูกค้า Conversion API ตัวเลข KPI แผน 90 วัน และข้อควรระวังด้านความโปร่งใส

โซลาร์รูฟท็อปFull FunnelFacebook Ads
OG Solution Teamอ่านบทความ
Industry
24 นาที17 ก.ย.

คู่มือยิงแอดคลินิกความงามครบทั้ง Funnel ปี 2026 — คอนเทนต์ ยิงแอด คัดลีด ปิดการขาย จนลูกค้ากลับมาซ้ำ

คู่มือปฏิบัติการฉบับเต็มสำหรับเจ้าของคลินิกความงามและทีมการตลาด ตั้งแต่เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า วาง Positioning และข้อเสนอ แผนคอนเทนต์ 30 วัน ไอเดียครีเอทีฟ 12 แบบพร้อม Hook ภาษาไทย โครงสร้างบัญชีโฆษณา กลยุทธ์กลุ่มเป้าหมายและดาต้าคนมีกำลังซื้อ ฟลว์นัดปรึกษา บทสนทนาปิดการขาย การลดนัดแล้วไม่มา การวัดผลด้วย Conversion API ไปจนถึงระบบให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ และแผนลงมือ 90 วันแบบรายสัปดาห์

คลินิกความงามFull FunnelFacebook Ads
OG Solution Teamอ่านบทความ
Industry
22 นาที17 ก.ย.

คู่มือยิงแอดคลินิกทันตกรรม (รากฟันเทียม · จัดฟัน · วีเนียร์) ครบทั้ง Funnel ปี 2026

คู่มือปฏิบัติการสำหรับคลินิกทันตกรรมที่ขายการรักษาราคาสูง ตั้งแต่พฤติกรรมคนไข้ ข้อเสนอ คอนเทนต์ 30 วัน ไอเดียแอด 12 แบบที่อยู่ในกรอบกติกาโฆษณา โครงสร้างบัญชี กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ ระบบนัดหมาย การปิดเคสในห้องปรึกษา ลดการผิดนัด วัดผลด้วย Conversion API ไปจนถึงแผน 90 วันรายสัปดาห์

ทันตกรรมรากฟันเทียมจัดฟันใส
OG Solution Teamอ่านบทความ
บริการของเรา · Premium Audience

ยิงแอดหากลุ่มที่มีกำลังซื้อจริง ตั้งแต่วันแรก

ชุดกลุ่มเป้าหมายคัดกรองช่วงรายได้ 15,000–200,000 บาท/เดือน อายุ 25–50 ปี มากกว่า 20,000 คนต่อชุด แชร์เข้า Business Manager ของคุณเพื่อใช้เป็น Seed สร้าง 1% Lookalike — อัปเดตทุกไตรมาส

ทัก LINE